BYD SEALION 7 รุ่นไหนดี? เทียบสเปกและราคา 3 รุ่นย่อย
23 กันยายน 2569
คำตอบสั้น ๆ คือ BYD SEALION 7 มี 3 รุ่นย่อย ราคา 1,199,900 / 1,299,900 / 1,349,900 บาท หากเน้นความคุ้มค่าและระยะทาง รุ่น Premium ตอบโจทย์ที่สุด เพราะวิ่งได้ 567 กิโลเมตร ซึ่งไกลกว่ารุ่น AWD Performance ที่แพงกว่าด้วยซ้ำ หากต้องการขับเคลื่อนสี่ล้อและอัตราเร่ง 4.5 วินาที ให้ขยับไปรุ่น AWD Performance แต่ถ้างบถึง รุ่น AWD Ultimate คุ้มที่สุด เพราะจ่ายเพิ่มจาก AWD Performance เพียง 50,000 บาท แต่ได้แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น ระยะทางเพิ่มอีก 58 กิโลเมตร และรองรับการชาร์จเร็วขึ้นจาก 150 kW เป็น 230 kW
ราคาและภาพรวม 3 รุ่นย่อย
• Premium — 1,199,900 บาท ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลัง 230 กิโลวัตต์ อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. 6.7 วินาที แบตเตอรี่ 82.5 kWh ระยะทาง 567 กิโลเมตร (NEDC)
• AWD Performance — 1,299,900 บาท ขับเคลื่อนสี่ล้อ กำลัง 390 กิโลวัตต์ อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. 4.5 วินาที แบตเตอรี่ 82.5 kWh ระยะทาง 542 กิโลเมตร (NEDC)
• AWD Ultimate — 1,349,900 บาท ขับเคลื่อนสี่ล้อ กำลัง 390 กิโลวัตต์ อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. 4.5 วินาที แบตเตอรี่ 91.3 kWh ระยะทาง 600 กิโลเมตร (NEDC)
ระบบส่งกำลังและสมรรถนะ
• ระบบขับเคลื่อน — Premium ขับเคลื่อนล้อหลัง / AWD Performance ขับเคลื่อนสี่ล้อ / AWD Ultimate ขับเคลื่อนสี่ล้อ
• ประเภทชุดมอเตอร์ไฟฟ้าหน้า — Premium ไม่มี / AWD Performance มอเตอร์อะซิงโครนัส / AWD Ultimate มอเตอร์อะซิงโครนัส
• กำลังสูงสุดชุดมอเตอร์ไฟฟ้าหน้า — Premium ไม่มี / AWD Performance 160 กิโลวัตต์ / AWD Ultimate 160 กิโลวัตต์
• แรงบิดสูงสุดชุดมอเตอร์ไฟฟ้าหน้า — Premium ไม่มี / AWD Performance 310 นิวตัน-เมตร / AWD Ultimate 310 นิวตัน-เมตร
• กำลังสูงสุด — Premium 230 กิโลวัตต์ / AWD Performance 390 กิโลวัตต์ / AWD Ultimate 390 กิโลวัตต์
• แรงบิดสูงสุด — Premium 380 นิวตัน-เมตร / AWD Performance 690 นิวตัน-เมตร / AWD Ultimate 690 นิวตัน-เมตร
• อัตราเร่ง 0–100 กิโลเมตร/ชั่วโมง — Premium 6.7 วินาที / AWD Performance 4.5 วินาที / AWD Ultimate 4.5 วินาที
แบตเตอรี่และการชาร์จ
• ความจุแบตเตอรี่สูงสุด — Premium 82.5 kWh / AWD Performance 82.5 kWh / AWD Ultimate 91.3 kWh
• ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าสูงสุดตามมาตรฐาน NEDC — Premium 567 กิโลเมตร / AWD Performance 542 กิโลเมตร / AWD Ultimate 600 กิโลเมตร
• รองรับหัวชาร์จแบบ DC CCS2 — Premium สูงสุด 150 kW / AWD Performance สูงสุด 150 kW / AWD Ultimate สูงสุด 230 kW
ขนาดและน้ำหนัก
• ความสูงใต้ท้องรถไม่รวมน้ำหนักบรรทุกสูงสุด — Premium 163 มิลลิเมตร / AWD Performance 157 มิลลิเมตร / AWD Ultimate 160 มิลลิเมตร
• ความจุพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย — Premium 500 ลิตร / AWD Performance 500 ลิตร / AWD Ultimate 520 ลิตร
• น้ำหนักรถเปล่า — Premium 2,225 กิโลกรัม / AWD Performance 2,340 กิโลกรัม / AWD Ultimate 2,435 กิโลกรัม
• น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกสูงสุด — Premium 2,635 กิโลกรัม / AWD Performance 2,750 กิโลกรัม / AWD Ultimate 2,845 กิโลกรัม
ล้อ ยาง และสีภายนอก
• ล้ออัลลอย — Premium 19 นิ้ว / AWD Performance 20 นิ้ว / AWD Ultimate 20 นิ้ว
• ขนาดยาง — Premium ด้านหน้า 235/50 R19 ด้านหลัง 255/45 R19 / AWD Performance 245/45 R20 / AWD Ultimate 245/45 R20
• สีภายนอกให้เลือก — Premium 3 สี / AWD Performance 4 สี / AWD Ultimate 6 สี
จ่ายเพิ่มแล้วได้อะไร?
จาก Premium ไป AWD Performance จ่ายเพิ่ม 100,000 บาท
ได้มอเตอร์ไฟฟ้าหน้าเพิ่มอีกหนึ่งตัว กำลัง 160 กิโลวัตต์ แรงบิด 310 นิวตัน-เมตร ทำให้กลายเป็นขับเคลื่อนสี่ล้อ กำลังรวมเพิ่มจาก 230 เป็น 390 กิโลวัตต์ อัตราเร่งเร็วขึ้น 2.2 วินาที และได้ล้อใหญ่ขึ้นเป็น 20 นิ้ว
แต่ต้องแลกด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น 115 กิโลกรัม ซึ่งทำให้ระยะทางวิ่งลดลง 25 กิโลเมตร จาก 567 เหลือ 542 กิโลเมตร ทั้งที่ใช้แบตเตอรี่ก้อนเดียวกัน
จาก AWD Performance ไป AWD Ultimate จ่ายเพิ่มเพียง 50,000 บาท
ได้แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นจาก 82.5 เป็น 91.3 kWh ระยะทางเพิ่มขึ้น 58 กิโลเมตรเป็น 600 กิโลเมตร พื้นที่เก็บสัมภาระเพิ่มเป็น 520 ลิตร มีสีให้เลือก 6 สี และที่สำคัญที่สุดคือรองรับการชาร์จเร็วสูงขึ้นจาก 150 kW เป็น 230 kW ซึ่งช่วยลดเวลาแวะชาร์จระหว่างเดินทางไกลได้ชัดเจน
ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ ส่วนต่างก้อนที่สอง 50,000 บาท ให้ของมากกว่าส่วนต่างก้อนแรก 100,000 บาทอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นหากตัดสินใจขยับจาก Premium ไปรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อแล้ว การเติมอีก 50,000 บาทเพื่อไป AWD Ultimate ถือว่าคุ้มมาก
สรุปว่าใครควรเลือกรุ่นไหน
เลือก Premium ถ้า
• ใช้ในเมืองและเดินทางกับครอบครัวเป็นหลัก ไม่ได้ต้องการอัตราเร่งระดับ 4.5 วินาที
• อยากได้ระยะทางไกลในงบที่ประหยัดที่สุด เพราะ 567 กิโลเมตรไกลกว่ารุ่น AWD Performance ที่แพงกว่า 100,000 บาท
• ชอบการขับขี่ที่นุ่มกว่า เพราะล้อ 19 นิ้วมียางแก้มหนากว่า ซับแรงสะเทือนบนถนนไทยได้ดีกว่าล้อ 20 นิ้ว
• ต้องการความสูงใต้ท้องรถมากที่สุดใน 3 รุ่น คือ 163 มิลลิเมตร สำหรับถนนขรุขระหรือน้ำขัง
เลือก AWD Performance ถ้า
• ต้องการระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเพื่อความมั่นใจตอนฝนตกหรือถนนลื่น
• ให้ความสำคัญกับอัตราเร่งและความสนุกในการขับขี่
• งบไม่ถึงรุ่น AWD Ultimate และยอมแลกระยะทางที่ลดลง 25 กิโลเมตรได้
เลือก AWD Ultimate ถ้า
• เดินทางไกลบ่อย ต้องการทั้งระยะทาง 600 กิโลเมตรและการชาร์จเร็ว 230 kW เพื่อลดเวลาแวะชาร์จ
• อยากได้ครบทุกอย่างในคันเดียว ทั้งขับเคลื่อนสี่ล้อ อัตราเร่ง แบตเตอรี่ใหญ่ และพื้นที่เก็บสัมภาระมากที่สุด
• ต้องการตัวเลือกสีภายนอกมากที่สุดคือ 6 สี
คำถามที่พบบ่อย
BYD SEALION 7 มีกี่รุ่นย่อย ราคาเท่าไหร่? มี 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Premium ราคา 1,199,900 บาท, AWD Performance ราคา 1,299,900 บาท และ AWD Ultimate ราคา 1,349,900 บาท (ราคา ณ เดือนกันยายน 2569)
SEALION 7 รุ่นไหนวิ่งได้ไกลที่สุด? รุ่น AWD Ultimate วิ่งได้ไกลที่สุดที่ 600 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC รองลงมาคือ Premium 567 กิโลเมตร และ AWD Performance 542 กิโลเมตร สังเกตว่ารุ่น Premium ซึ่งราคาถูกที่สุดกลับวิ่งได้ไกลกว่ารุ่น AWD Performance เพราะตัวรถเบากว่าและใช้มอเตอร์ตัวเดียว
Premium กับ AWD Performance ต่างกันอย่างไร? ต่างกันที่ระบบขับเคลื่อนเป็นหลัก รุ่น Premium เป็นขับเคลื่อนล้อหลังมอเตอร์เดียว 230 กิโลวัตต์ ส่วน AWD Performance เพิ่มมอเตอร์หน้าอีก 160 กิโลวัตต์ กลายเป็นขับเคลื่อนสี่ล้อ กำลังรวม 390 กิโลวัตต์ อัตราเร่งเร็วขึ้นจาก 6.7 เป็น 4.5 วินาที และใช้ล้อ 20 นิ้วแทน 19 นิ้ว แต่ระยะทางลดลง 25 กิโลเมตร
SEALION 7 รุ่นไหนคุ้มที่สุด? ขึ้นอยู่กับงบประมาณ หากเน้นความคุ้มค่าต่อบาท รุ่น Premium ให้ระยะทางมากเป็นอันดับสองในราคาถูกที่สุด แต่หากตัดสินใจจะขยับไปรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อแล้ว รุ่น AWD Ultimate คุ้มกว่า AWD Performance ชัดเจน เพราะจ่ายเพิ่มเพียง 50,000 บาทแต่ได้แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น ระยะทางเพิ่ม 58 กิโลเมตร และชาร์จเร็วขึ้นเกือบเท่าตัว
ระยะทาง NEDC ใช้งานจริงได้เท่าไหร่? NEDC เป็นมาตรฐานการทดสอบในห้องปฏิบัติการ ระยะทางขับขี่จริงจะอยู่ที่ประมาณ 80–85% ของตัวเลขที่ระบุ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ การใช้แอร์ และสภาพการจราจร
ยังเลือกไม่ถูกว่ารุ่นไหนเหมาะกับคุณ? ลองขับจริงทั้ง 3 รุ่นได้ที่โชว์รูม BYD NOVA ทั้ง 4 สาขา ศาลายา โคราช เพชรบุรี และปราณบุรี ทีมที่ปรึกษาพร้อมช่วยเปรียบเทียบและคำนวณดาวน์กับค่างวดให้ในจุดเดียว
ราคาและสเปกในบทความ ณ วันที่ 23 กันยายน 2569 อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรุณาตรวจสอบกับทีมงาน BYD NOVA ก่อนตัดสินใจ
สนใจรถ BYD รุ่นไหน นัดทดลองขับได้เลย
ทีมงาน BYD NOVA พร้อมให้คำปรึกษาและนัดทดลองขับฟรีทุกสาขา
จองทดลองขับ


