BYD NOVA
กลับไปหน้าข่าวสารทั้งหมดสาระน่ารู้

รถไฟฟ้าลุยน้ำได้ไหม? วิธีขับ EV เมื่อน้ำท่วมอย่างปลอดภัย

1 ตุลาคม 2569

รถไฟฟ้าลุยน้ำได้ไหม? วิธีขับ EV เมื่อน้ำท่วมอย่างปลอดภัย

เจอน้ำท่วม ขับรถไฟฟ้าอย่างไรให้ปลอดภัย? สิ่งที่คนใช้ EV ควรรู้

ช่วงฤดูฝน ปัญหา ฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง เป็นสถานการณ์ที่ผู้ใช้รถอาจต้องเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และเขตเมือง หลายคนที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าจึงมีคำถามว่า “รถไฟฟ้าลุยน้ำได้ไหม?” “ถ้าน้ำท่วมควรขับต่อหรือหยุด?” และ “หลังลุยน้ำต้องตรวจเช็กอะไรบ้าง?”

BYD NOVA รวบรวมหลักการเบื้องต้นสำหรับการขับรถเมื่อเจอน้ำท่วม เพื่อช่วยให้คุณประเมินสถานการณ์และเดินทางได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

รถไฟฟ้าลุยน้ำได้ไหม?

รถยนต์ไฟฟ้าได้รับการออกแบบให้ระบบไฟฟ้าแรงดันสูงและแบตเตอรี่มีการป้องกันจากสภาพแวดล้อมในระดับที่กำหนด แต่ไม่ได้หมายความว่ารถ EV สามารถขับผ่านน้ำท่วมได้ทุกระดับ

สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรประเมินความปลอดภัยจากความสามารถของรถเพียงอย่างเดียว เพราะระดับน้ำอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กระแสน้ำอาจแรงกว่าที่เห็น และสภาพถนนใต้น้ำอาจมีหลุม ฝาท่อเปิด หรือสิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็น

หากไม่สามารถประเมินระดับน้ำหรือสภาพเส้นทางได้อย่างมั่นใจ การหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมและเลือกเส้นทางอื่นเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

ระดับน้ำแบบไหนที่ควรระวัง?

เมื่อต้องผ่านบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ควรประเมินระดับน้ำเทียบกับตัวรถ รวมถึงตรวจสอบรถรุ่นที่ใช้งานจาก คู่มือเจ้าของรถ เนื่องจากความสูงใต้ท้องรถและข้อกำหนดของรถแต่ละรุ่นแตกต่างกัน

โดยทั่วไปสามารถใช้สถานการณ์ต่อไปนี้เป็นแนวทางในการประเมินเบื้องต้น

- น้ำตื้นกว่าขอบล้อ: หากสภาพถนนและกระแสน้ำปลอดภัย ให้ขับช้า ๆ ด้วยความระมัดระวัง และรักษาความเร็วให้สม่ำเสมอ

- น้ำเข้าใกล้ระดับขอบล้อ: เพิ่มความระมัดระวัง ลดความเร็ว และเว้นระยะจากรถคันหน้าให้มากขึ้น

- ระดับน้ำสูงขึ้นมาก: ความเสี่ยงต่อรถและการควบคุมรถเพิ่มขึ้น ควรพิจารณาหลีกเลี่ยงเส้นทาง

- น้ำสูงถึงบริเวณใต้ท้องรถหรือสูงกว่า: ไม่ควรฝืนขับผ่าน ควรเปลี่ยนเส้นทางหรือรอให้ระดับน้ำลดลง

ทั้งนี้ ไม่ควรใช้ระดับขอบล้อเป็นค่ารับรองความสามารถในการลุยน้ำของรถ BYD ทุกรุ่น ควรยึดข้อมูลจากคู่มือรถรุ่นนั้นและสภาพแวดล้อมจริงเป็นหลัก

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น สามารถใช้ตัวเลขต่อไปนี้เป็นแนวทางคร่าว ๆ ได้

• ระดับน้ำต่ำกว่าขอบล่างของล้อ ประมาณไม่เกิน 15 เซนติเมตร โดยทั่วไปผ่านได้ด้วยความเร็วต่ำ

• ระดับน้ำไม่เกินครึ่งล้อ ประมาณ 30–40 เซนติเมตร ควรผ่านด้วยความเร็วต่ำและสม่ำเสมอ และไม่จอดแช่

• ระดับน้ำสูงเกินครึ่งล้อ ไม่ควรฝืนขับผ่าน ให้เปลี่ยนเส้นทางทันที

ตัวเลขข้างต้นใช้กับน้ำนิ่งเท่านั้น หากน้ำไหลแรงหรือมีคลื่นจากรถคันอื่น ระดับที่ปลอดภัยจะลดลงกว่านี้มาก และน้ำลึกเพียงประมาณ 30 เซนติเมตรที่ไหลแรงก็เพียงพอที่จะทำให้รถลอยได้

IP67 และ IP68 แปลว่าลุยน้ำได้เลยหรือเปล่า?

ไม่ใช่ ทั้งสองค่านี้คือมาตรฐานการกันฝุ่นและกันน้ำของชุดแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า ซึ่งทดสอบในห้องปฏิบัติการภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ชัดเจน เช่น การแช่น้ำนิ่งที่ความลึกและระยะเวลาที่กำหนด

ผู้บริหารของ BYD เคยให้สัมภาษณ์ย้ำว่า มาตรฐาน IP67 และ IP68 มีไว้เพื่อปกป้องรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ใช่การรับรองให้ขับฝ่าน้ำลึกโดยตั้งใจ

เหตุผลสำคัญคือ อันตรายของน้ำท่วมส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากตัวแบตเตอรี่ แต่มาจากสิ่งที่มองไม่เห็นใต้ผิวน้ำ เช่น ฝาท่อที่เปิดอยู่ หลุมลึก เศษวัสดุ หรือกระแสน้ำที่แรงกว่าที่คาดไว้

ทำไมรถไฟฟ้าถึงไม่ดับกลางน้ำเหมือนรถน้ำมัน?

รถเครื่องยนต์สันดาปต้องดูดอากาศเข้าไปเผาไหม้ หากน้ำเข้าสู่ระบบไอดีจะเกิดอาการน้ำกระแทกลูกสูบ ซึ่งทำให้เครื่องยนต์เสียหายทันที ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าไม่มีระบบไอดีและไอเสีย มอเตอร์ทำงานอยู่ในชุดที่ปิดผนึก จึงไม่มีความเสี่ยงในลักษณะเดียวกัน

แต่ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยกว่าในทุกด้าน เพราะส่วนที่เสียหายได้เหมือนกันทั้งรถไฟฟ้าและรถน้ำมันคือ ห้องโดยสาร พรม เบาะ ระบบเบรก ลูกปืนล้อ และกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งในตำแหน่งต่ำ

4 วิธีขับรถ EV เมื่อเจอน้ำท่วม

1. ลดความเร็วและรักษาความเร็วให้สม่ำเสมอ

หลีกเลี่ยงการเร่งความเร็วอย่างกะทันหัน เพราะอาจทำให้เกิดคลื่นน้ำสูงและเพิ่มความเสี่ยงที่น้ำจะเข้าสู่ส่วนต่าง ๆ ของตัวรถ

2. หลีกเลี่ยงบริเวณน้ำลึกและกระแสน้ำแรง

หากมองไม่เห็นพื้นถนน ไม่ทราบความลึก หรือพบว่ากระแสน้ำไหลแรง ไม่ควรเสี่ยงขับผ่าน แม้จะเห็นรถคันอื่นผ่านไปได้ก็ตาม

3. ไม่ควรหยุดรถหรือถอยกลับกลางบริเวณน้ำท่วม หากสามารถออกจากบริเวณนั้นได้อย่างปลอดภัย

ควรรักษาการเคลื่อนที่อย่างช้าและสม่ำเสมอจนพ้นบริเวณน้ำขัง แต่หากสถานการณ์เริ่มไม่ปลอดภัย ให้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้โดยสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

4. หลังผ่านน้ำท่วม ควรตรวจสอบรถ

ทดสอบระบบเบรกอย่างระมัดระวังเมื่ออยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และสังเกตไฟเตือนหรืออาการผิดปกติ หากรถผ่านน้ำในระดับสูงหรือพบความผิดปกติ ควรนำรถเข้าตรวจสอบที่ศูนย์บริการ

ถ้ารถ EV จมน้ำหรือน้ำเข้ารถ ควรทำอย่างไร?

กรณีรถถูกน้ำท่วมในระดับสูงหรือจมน้ำ ไม่ควรพยายามเปิดระบบรถ ขับรถต่อ หรือจัดการอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันสูงด้วยตนเอง เพราะความเสียหายอาจไม่สามารถตรวจสอบได้จากภายนอก

ควรติดต่อบริการช่วยเหลือหรือศูนย์บริการเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินและตรวจสอบระบบก่อนนำรถกลับมาใช้งานอีกครั้ง

หากรถถูกน้ำท่วมไปแล้ว อ่านขั้นตอนโดยละเอียดได้ในบทความ รถ EV โดนน้ำท่วมแล้วทำยังไง? 6 ขั้นตอนและข้อห้ามที่ต้องรู้ ซึ่งอธิบายตั้งแต่ข้อห้ามทันที การเรียกรถสไลด์ ไปจนถึงการเคลมประกัน

หลังลุยน้ำ รถไฟฟ้าควรตรวจอะไรบ้าง?

แม้รถจะยังใช้งานได้ตามปกติ หลังผ่านพื้นที่น้ำท่วมควรสังเกต ระบบเบรก ช่วงล่าง ล้อและยาง ระบบไฟเตือน และความผิดปกติของระบบไฟฟ้า รวมถึงเสียงหรืออาการที่ต่างจากปกติ

หากพบไฟแจ้งเตือน มีกลิ่นผิดปกติ รถทำงานผิดปกติ หรือเคยอยู่ในน้ำระดับสูง ควรหยุดใช้งานในจุดที่ปลอดภัยและติดต่อศูนย์บริการเพื่อรับคำแนะนำ

สรุป: เจอน้ำท่วม อย่าฝืนขับหากไม่มั่นใจ

ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า รถปลั๊กอินไฮบริด หรือรถประเภทใด การหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมที่ไม่ทราบระดับน้ำยังเป็นวิธีลดความเสี่ยงที่ดีที่สุด

ก่อนเดินทางในช่วงฝนตกหนัก ควรตรวจสอบสภาพอากาศและเส้นทาง หากพบพื้นที่น้ำท่วมขังให้ประเมินสถานการณ์ก่อนเดินทางต่อ และหากไม่มั่นใจควรเลือกเส้นทางอื่น

BYD NOVA ห่วงใยทุกการเดินทาง พร้อมอยู่เคียงข้างคุณในทุกสถานการณ์

Better Drive, Better Life

สนใจรถ BYD รุ่นไหน นัดทดลองขับได้เลย

ทีมงาน BYD NOVA พร้อมให้คำปรึกษาและนัดทดลองขับฟรีทุกสาขา

จองทดลองขับ

บทความที่เกี่ยวข้อง